การบ้านดองเค็ม แต่แม่มันอุตส่าห์เอาเรื่องมาลงเล่น เหอๆๆ
Puu's Series เรื่องยาวๆของนายภูครับ เขียนเกี่ยวกับเพื่อนในห้องทุกคน จะค่อยๆเอามาลงคั่นเวลาการบ้าน(ไปทำการบ้านน่าจะดีกว่ามั้งเนี่ย...)
คนแรก
-------------
กับวินด์ หมาป่าเดียวดาย-วายุคลั่งที่เย็นชา
วันนี้ผมตื่นเช้ามาด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่
อาทิตย์นึงก็จะมีวันแบบนี้ครั้งสองครั้งที่อารมณ์ของผมจะไม่ค่อยคงที่
(ถ้าล้อว่าเป็นประจำสัปดาห์เอาวันนี้ ระวังจะโดนเตะโด่งออกนอกดาวโดยไม่รู้ตัวนะ)
ผมทำธุระส่วนตัว แล้วกินข้าว โดยใช้เวลาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
...ผมไม่อยากทำตัวอารมณ์ไม่ดีใส่คนในครอบครัวนะ...
เพลงที่เปิดกรอกหูผมเช้านี้ เป็นเพลงป๊อปสบายๆครับ
ถ้าฟังร็อคตอนนี้ ผมคงอารมณ์เสียไปทั้งวันเลยล่ะ
คนทักผมตามปกติ...
ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เลี่ยงไม่ตอบ
พวกคุณไม่อยากเห็นผมโมโหหรอกเชื่อสิ...
ดีที่งานโดจินเสร็จไปแล้ว ไม่งั้นล่ะก็...
ผมเอนหลังกับพิงพนักเก้าอี้
ตอนนี้คียังไม่มา ที่นั่งรอบๆตัวผมก็ยังว่างๆอยู่
ผมหลับตา เท้าคางกับหน้าต่าง พยายามสงบสติอารมณ์ ทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมหลับไป..โดยที่ไม่รู้ตัว...
ความรู้สึกงี่เง่าประดังเข้ามา
ผมตื่นในที่สุด
รอบๆตัวพอจะมีคนมานั่งบ้างประปราย
ผมไม่อยากจะคุยกับใครทั้งนั้นในเช้านี้
สิ่งที่ผมเลือกทำจึงเป็นการหยิบสมุดวาดรูปและดินสอขึ้นมาค่อยๆวาดรูปลงไป...
ดินสอของผมไหลไปเรื่อยๆตามจังหวะเพลงที่ดังอยู่ในหู
ค่อยๆใช้ดินสอระบายสีดำ...
และก็กลายเป็นภาพทะมึนๆดำๆขึ้นมา...
การทำแบบนี้ มักจะทำให้อารมณ์ของผมดีขึ้นในระดับหนึ่ง
ผมระบายลมหายใจออกมาทางปากช้าๆ เป็นการปรับจูนอารมณ์ให้เข้าที่ แล้วจึงยิ้มออกมา...
ไม่ใช่ยิ้มแบบทุกวัน แต่ผมคิดว่าคงดีกว่าหน้าปกติแน่นอน...
คีกำลังคุยกับแพทและพราว...
ผมนั่งสงบสติอารมณ์ตัวเองไปเรื่อยๆ...
เวลาพักกลางวัน...ทุกคนลงไปที่โรงอาหาร...
ผมเลือกร้านที่คนน้อยที่สุด หาที่นั่ง แล้วรีบกินให้เร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
เมื่อขึ้นมานั่ง...ห้องโล่ง...
ยังไม่มีคนตามที่ผมคาด...
ผมกลับไปนั่งที่ หยิบสมุดและดินสอขึ้นมาอีกครั้งและเลือกเปิดเพลงของไทยเทเนี่ยม
จังหวะที่ไม่เชิงเร็วไม่เชิงช้าของเพลงฮิปฮอปค่อยๆเกลาอารมณ์ของผมให้อยู่ในระดับสมดุลขึ้น...
ผมได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง จึงหันไปมองเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามปกติ...
...วินด์....
ผมคิดอยู่ในใจ เจ้าตัวทำหน้าไม่พอใจนักที่เห็นผมอยู่ก่อน และผมพอจะรู้ในเหตุผลนั้น...
วันนี้เขาคงรู้สึกดีพิลึกที่ผมไม่ได้เข้าไปเซ้าซี้ชวนคุย...
ผมหันกลับมาสนใจกระดาษและดินสอตรงหน้าอีกครั้ง
ซักครู่
ยังไม่มีใครขึ้นมาที่ห้องเลย...
ผมได้ยินเสียงของวินด์
เหมือนพึมพำกับตัวเอง แต่จงใจให้ผมได้ยิน
"น่ารำคาญชะมัด..."
ผมยกหูฟังออกข้างหนึ่งให้ได้ยินชัดขึ้น แต่ยังคงไม่ได้พูดอะไรออกไป
รูปที่วาดยังคงค้างไว้อย่างนั้น ผมเปลี่ยนหน้ากระดาษ แล้ววาดรูปใหม่
คราวนี้ค่อนข้างมีจุดประสงค์ชัดเจน
ท้องฟ้าสีดำสนิท...
ดวงจันทร์...
ก้อนเมฆ...
และที่เป็นจุดโฟกัสกลางภาพ....
หมาป่าที่ผมวาดให้สง่างามที่สุด ยืนอยู่บนก้อนหิน
หลังจากเก็บรายละเอียดเล็กน้อย ผมก็เขียนตัวอักษรไว้เหนือรูปว่า
'Lone Wolf'
จากนั้น ผมก็ค่อยๆพูดออกมา
ด้วยเสียงอันเบา.. แต่มั่นใจว่ายังไงซะวินด์ก็ต้องได้ยิน
"หมาป่าเดียวดาย..."
ผมใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะตามเสียงที่ได้ยินในหู
ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น...
หมาป่าเดียวดาย...
ผมอาจจะนิยามให้วินด์ได้เท่านี้...
ผมไม่อยากคุยกับใครตอนนี้
และวินด์ก็จะไม่ตอบผมแน่ๆ
ผ่านไปซักห้านาที...
คนที่เริ่มทนกับความอึดอัดนั่นไม่ไหวเป็นผม
"นายคิดว่า....คนเราจะอยู่ตัวคนเดียวได้งั้นเหรอ?"
วินด์ไม่ตอบ
ผมได้ยินเสียงเขาทำเสียงเหมือนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง....แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา...
คนเริ่มทยอยกันเข้ามา วันนั้นทั้งวันผมก็ไม่พูดอะไรอีกถ้าไม่จำเป็นจริงๆ...
วินด์ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเหมือนกับทุกวัน...
และผมก็ไม่ได้ชวนเขาคุยด้วย....
ถ้าคำตอบที่เขาจะตอบผมกับคำถามนั้น...
ออกมาเป็น"ไม่"ก็คงดี....