[EED] Into the END of love

posted on 22 Jul 2012 22:00 by belivedream in EED
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม 
 
 
---------------------------------------------------------------
 
 
Into the END of love
(สู่จุดสุดท้ายของความรัก)
 
 
---------------------------------------------------------------
 
จุดเริ่มต้นมันอยู่ตรงไหนกัน?
 
 
ภาพในห้วงความคิดย้อนเวลากลับไปอย่างเงียบเชียบ เข็มนาฬิกาหมุนทวนกลับ เรียกเอาความครุ่นคิดที่แทบจะลืมเลือนไปแล้วให้ลอยล่องขึ้นมาเต็มไปหมด รบกวนความเงียบงันที่เขาคะนึงหา
 
 
แม้จะเกือบลืมเลือน แต่เมื่อนึกย้อนไปความทรงจำเหล่านั้นกลับยังแจ่มชัดกว่าที่เขาคาด
 
 
ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอันแสนเลือนราง
 
 
.
.
.
 
 
ในวันนั้น
 
 
เขาโดนโยนน้ำยาเปลี่ยนเพศใส่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว รูปลักษณ์ภายนอกถึงกับกลายเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง แม้ไม่ได้มองกระจกแต่ก็รู้จากหน้าอกหนักอึ้งที่เหมือนถูกยัดเยียดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ถ้อยเสียงที่เอ่ยออกไปก็กลายเป็นเสียงของหญิงสาวอันแสนแปลกหูราวกับที่พูดอยู่นั้นไม่ใช่เสียงของตัวเอง
 
 
ถ้อยคำแซวเรียบง่ายไม่มีความหมายแฝงของชายหนุ่มรูปร่างบอบบางไม่คุ้นหน้าเรียกให้เขาหันใบหน้าไปมอง
 
 
เส้นผมสีดำขลับยิ่งขับเน้นให้ผิวขาวยิ่งขาวจัดมากขึ้น เนตรสีม่วงอ่อนวับวาวเปล่งประกายร่าเริงแจ่มใสราวกับเด็กคู่นั้นจ้องมาทางเขา ริมฝีปากเปล่งเสียงหัวเราะเรื่อยเหมือนอยากแก้ตัว เป็นแค่เพื่อนร่วมงานธรรมดาที่แทบไม่ได้คุยกันจนเขาเกือบจะเบือนใบหน้ากลับ ทิ้งความสนใจไปซะให้หมด
 
 
“ว้าว...สาวสวย”
 
 
คนพูดไม่มีทางไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายแต่โดนผลกระทบจากเวทมนตร์จนเป็นเช่นนี้ ริมฝีปากของเขากระตุกนิดๆ รั้งเนตรสีโลหิตกลับไปมองคนที่ยืนตรงนั้น
 
 
สาวสวย.....?
 
 
หึหึ....
 
 
ไหน สวยจริงรึเปล่า...
 
 
บรรจงแย้มริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างยั่วเย้า ปรายนัยน์ตาหวานหยดเยิ้มเลียนแบบพวกหญิงสาวที่เขาเคยพบผ่านมามากมาย 
 
 
เดาว่าหน้าตาของเขาคงไม่เลวร้ายนัก ดูจากท่าทีลนลานและใบหน้านวลที่โดนสีแดงจับจนเรื่อไปทั้งใบหน้าก็พอจะเดาได้ไม่ยาก เพิ่งคิดว่าการที่เคยโดนยั่วจากหญิงสาวเหล่านั้นมีประโยชน์อีกประการก็วันนี้
 
 
และนั่นเป็นการพบกันที่พิลึกพิลั่นที่สุดเท่าที่เขาจะจินตนาการได้
 
 
.
.
.
 
 
ความรักครั้งสุดท้ายในความทรงจำทั้งเจ็บปวดและบาดลึก 
 
 
ทั้งหญิงแพศยาที่ยินดีตายจนถึงขนาดกระโดดลงทะเลทั้งที่ตัวเองมีเลือดเต็มตัว ทั้งไอ้ลูกน้องระยำที่ย่องมาขโมยของที่เขารักไปกินลับหลัง เป็นเรื่องราวที่อยากจะลืมมากที่สุด แต่ก็ลืมไม่ได้มากที่สุดเช่นกัน
 
 
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นที่ตราตรึงอยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง รอยยิ้มเย้ยหยันที่ถูกส่งมอบมาให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้อยเสียงกึกก้องของหล่อนที่ราวกับจะประกาศให้ทั้งท้องฟ้าและท้องทะเลรับรู้
 
 
“ฉันเคยรักคุณ” หล่อนหยัดปลายเท้าเปล่าเปลือยทั้งสองข้างบนกาบเรือโยกคลอน ชุดรุ่ยร่ายตัวโปรดที่เขาเองเป็นคนบอกว่าหล่อนสวยเสมอเมื่อใส่มัน ตอนนี้มีร่องรอยขาดเพราะกระสุนปืนที่เฉี่ยวไปตามร่างกาย เลือดสีแดงสดไหลย้อมชุดตัวนั้นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม “แต่คนอย่างคุณประคองความรักไปไม่รอดหรอก”
 
 
เสียงบาดแก้วหูของหล่อนยังพูดพร่ำต่อไป เขากำกระบอกปืนในมือแน่นจนแทบจะรู้สึกได้ถึงเสียงไม้แตกร้าว
 
 
“คุณมันเห็นแก่ตัว” หล่อนไม่ได้ใช้น้ำเสียงโกรธแค้น สิ่งที่มีอยู่คือความน้อยใจอันมากมาย “คิดถึงแต่ตัวเอง ฝันของตัวเอง คุณได้ความรักจากฉันไปก็ทิ้งขว้าง ไม่ได้รักษาดูแล ฉันสู้เอาไปให้คนอื่นที่พร้อมจะดูแลมันเสียดีกว่า”
 
 
เขาคำรามร้องเรียกชื่อหล่อนออกมา แต่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดมากมายไปกว่านั้น
 
 
หล่อนเพียงยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เคยสะกดหัวใจของเขาเอาไว้ในอุ้งมือบอบบางทั้งสองข้าง
 
 
“ลาก่อนค่ะ มาร์คัส” เท้าเล็กก้าวจากกาบเรือถอยหลัง ไปสู่ความว่างเปล่าที่รองรับอยู่ “ลาจากชั่วนิรันดร์”
 
 
เสียงน้ำกระเซ็นสาดเพราะร่างของหล่อนที่ตกลงไปดังแว่วขึ้นมาถึงด้านบนของเรือ หล่อนหนีเขาไปแล้ว หนีไปแบบที่เขาจะไม่มีวันตามหล่อนไปได้ตลอดกาล 
 
 
ไม่มีวัน
 
 
.
.
.
.
 
 
 
เขาคงห่างหายจากเรื่องรักใคร่มานาน
 
 
เพราะมันจบลงแบบนั้น เขาจึงไม่ได้ปรารถนาจะหาความรักใหม่มาอุดช่องโหว่ภายในใจ มันเป็นบาดแผลที่ลึกล้ำมากเกินกว่า และเจิ่งนองไปด้วยเลือดราวกับไม่มีวันจะปิดสนิท มันทำให้เขาได้เพียงแค่หาสิ่งอื่น เรื่องอื่น ทุ่มเทความสนใจทั้งหมดลงไป ไม่ให้สมองว่างงาน ไม่ให้หัวใจได้ไตร่ตรอง
 
 
จึงอาจไม่ใช่แค่ความรัก ที่เขาห่างหาย
 
 
แต่มันรวมไปถึงเรื่องสัมผัสทางกายด้วย
 
 
รู้สึกตัวเอาตอนที่แย่งชิงประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากเล็กแดงก่ำ แย่งชิงจูบแรกจากใครคนนั้นมาอย่างดุดัน
 
 
ซิลวานัส อาร์คเรีย
 
 
ชื่อของเพื่อนร่วมงานที่เดิมทีไม่ใคร่อยากจะจำนัก
 
 
นั่นเป็นจูบที่มีแต่ความคิดกลั่นแกล้ง เป็นจูบที่ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรทั้งสิ้น แต่กลับจุดประกายไฟ ฉุดกระชากหัวใจที่นิ่งชาไปเนิ่นนานให้เคลื่อนไหวอีกครั้ง
 
&n