[EED] 100(+more) Facts about Llyr

posted on 15 Feb 2012 00:58 by belivedream in EED
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
---------------------------------------------------------------
 
WARNING : ตัวอักษรล้วนนะครับเอนทรี่นี้
 
-----------------------------------------------------------------
 
กลับมาอีกครั้งกับแฟคร้อยข้อ....
เรื่องช้ำคือผมจองวันของวันวาเลนไทน์ไม่ทัน....//มันลืมน่ะ //ร้องไห้
 
เข้าเรื่องเถอะ...
 
คราวนี้ของเอลลีร์ล่ะครับ!
ลูกคนโปรด
 
มีทั้งสิ้น 117 ข้อด้วยกัน...
ซึ่งมีบางข้อที่เขียนไว้แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงบางประการ
 
จะยกไปอีดิทไว้ท้ายเอนทรี่นะครับผม
 
เลข 117 นี่ก็ยังไม่คงที่เท่าไหร่ ไว้ผมคิดออกมาจะมาเขียนเพิ่มนะ ๕๕๕
 
 
เอ้อ แล้วก็
 
เรื่องพวกนี้ ผปค.รู้กัน แต่ื  ลูกๆไม่รู้นะครับ
 
อนุโลมให้ได้ในกรณีเคยถาม หรือตัวละครรู้อยู่แล้ว
 
แต่อยู่ๆมาทักกันด้วยความลับเลยนี่ก็ไม่ไหวนา...
 
 
ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วก็ เชิญอ่านได้ครับผม
 
----------------------------------------------------------------------
 
100 Facts about Llyr


1.    Llyr (ไอริช) แปลว่า ราชาผู้ลึกลับ Questa (ละติน) แปลว่า ผู้ตามหา

2.    เกิดวันที่ 21 พฤศจิกา ราศีพิจิก ปัจจุบันอายุ 16
 
3.    เลือดกรุ๊ป AB
 
4.    ธาตุเด่นและธาตุธีม คือ ธาตุความมืด/น้ำ
 
5.    เครื่องดนตรีอิมเมจคือเครื่องสาย เน้นไปที่ฮาร์ปกับไวโอลิน
 
6.    เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ที่แท้จริง
 
7.    แต่กับตระกูลที่รับไปเลี้ยง เป็นลูกคนที่สอง
 
8.    ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายหนีออกจากบ้าน ปัจจุบันอยู่ในสถานะสาบสูญ (พี่ชายเอลลีร์เคยไปโผล่แว่บๆในทีแอล ชื่อ ไลแอม ไลริกคิทส์ ออฟ กิลดิเรก (นักแต่งเพลงแห่งกิลดิเรก) )
 
9.    บาร์ด ออฟ กิลดิเรก ไม่ใช่ฐานะที่แท้จริง
 
10.    ผมยาวสีน้ำเงินอมเทา ตาสีเทาขี้เถ้า
 
11.    ไว้ผมยาวมาตั้งแต่ยังเด็ก ตอนเด็กถักเปียเดียวปัดมาไว้ข้างหน้า
 
12.    หน้าตารวมไปถึงร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างสมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง
 
13.    ย้ายมาที่กิลดิเรกตอนอายุราว 6 ขวบ
 
14.    มีความหลังฝังใจบางประการกับคิงแห่งกิลดิเรก
 
15.    ครอบครัวอุปถัมภ์แรกที่ไปอยู่ด้วยโดนฆ่าหมดทุกคน
 
16.    เอลลีร์รอดชีวิตเพราะคนในครอบครัวเอาไปซ่อนไว้ สถานที่ซ่อนมิดชิดปลอดภัย
 
17.    ด้วยนิสัยเด็กๆ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสียงเอะอะข้างนอก ก็เลยหาทางจนเจอรูเล็กๆ แล้วแอบดู
 
18.    เห็นภาพการฆ่ากันตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เพราะโดนสั่งเอาไว้ตอนพาไปซ่อนว่า “ห้ามส่งเสียง” ก็เลยไม่ส่งเสียงอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
 
19.    ช็อกจนเสียงหายไปพักหนึ่ง ถึงทุกอย่างจะเรียบร้อยและโดนส่งไปหาครอบครัวใหม่แล้วก็ยังช็อกอยู่
 
20.    เปลี่ยนนิสัยจากเด็กขี้อาย แต่ยิ้มง่าย เป็นเด็ก เงียบๆ ค่อนข้างเก็บตัว แล้วก็ตื่นคน
 
21.    เป็นจุดเริ่มต้นนิสัยที่จะไม่อุทานหรือส่งเสียงใดๆในเวลาตกใจหรือประหลาดใจ
 
22.    เป็นโรคกลัวเลือดแบบอ่อนๆ .....ไม่ได้กลัวเลือดหรอก แต่กลัว “กองเลือด(เลือดปริมาณมากๆ)” ตะหาก
 
23.    ครัวครอบใหม่ที่ไปอยู่ด้วยเป็นครอบครัวกวี พ่อเป็นกวี ส่วนแม่เป็นจอมเวทย์ กับพี่ชายอีกคนที่ตอนนั้นยังใช้ฉายากวีแบบพ่อ
 
24.    เอลลีร์นับถือไลแอมเป็นพี่ แต่ได้อยู่ด้วยกันน้อยไปหน่อย เลยไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่  ไลแอม Liam (ไอริช) แปลว่า ผู้พิทักษ์ นับเอลลีร์เป็นทั้งน้องและคนสำคัญที่ต้องปกป้อง
 
25.    แต่อยู่ได้สี่เดือน ไลแอม (ที่ขณะนั้นอายุ สิบขวบ มากกว่าเอลลีร์สามปี) ก็หนีออกจากบ้านไป
 
26.    พ่อแม่ก็เลยตามเลย ปล่อยไป แล้วก็หันมาเทความสนใจให้เอลลีร์แบบจริงๆจังๆ
 
27.    (ไม่ใช่ไม่ห่วงนะ แต่มั่นใจว่าไลแอมดูแลตัวเองได้ และไม่ตายชัวร์)
 
28.    ทั้งคู่ค่อยๆแก้นิสัยเอลลีร์ เริ่มจากตื่นคนก่อน ค่อยๆเข้าหาด้วยการใช้เรื่องเล่าเข้าล่อ ให้เข้ามาใกล้ หรือแสดงความสนิทสนม แลกกับการเล่านิทานให้ฟัง
 
29.    ปรากฏว่าได้ผลชะงัก เอลลีร์หลงใหลในตำนาน นิทาน และเรื่องเล่าต่างๆนานา
 
30.    ยอมรับว่าครอบครัวใหม่นี้เป็นครอบครัวที่สองของตัวเองหลังจากอยู่ด้วยกันได้เก้าเดือนเศษ
 
31.    แรกๆจะกอดหนังสือนิทานเอาไว้แนบอกเสมอ ชอบอ่านมาก ไปไหนมาไหนพกไปด้วย
 
32.    ผ่านไปสักพักก็พกพิณแทน (ฮา)
 
33.    ฝีมือการเล่นพิณเก่งพอๆกับนักดนตรีในราชสำนัก เป็นหนึ่งในเรื่องที่เจ้าตัวภูมิใจ
 
34.    พ่อเลี้ยงเป็นคนสอนเอลลีร์เล่นพิณ ประพันธ์โคลงกลอนต่างๆ รวมไปถึงเขียนบทกวีด้วย
 
35.    นอกจากพิณ ยังสอนเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆอย่าง เครื่องเป่า เครื่องสาย เช่นไวโอลิน หรือขลุ่ยผิว เปียโนก็เล่นได้นิดหน่อยนะ แต่ไม่ค่อยชำนาญเท่าไหร่
 
36.    พ่อและแม่ที่ดูแลสร้างพิณเวทมนตร์ในรูปแบบของสร้อยคอให้เป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ 12 ขวบ เป็นเครื่องดนตรีเวทมนตร์ ยืดขยายขนาดได้ตามเจ้าตัวปรารถนา
 
37.    ทั้งรักทั้งหวงสร้อยเส้นนี้มาก ใส่ติดคอไม่ยอมถอดเลย
 
38.    เสียงดี แล้วก็ร้องเพลงเพราะ .....เรียกว่าเสียงมีเสน่ห์? แต่จะฮัมเพลงในวันที่อารมณ์ดีมากๆ มีคนขอให้ร้อง หรือฮัมตามทำนองเพลงที่บรรเลงอยู่เท่านั้น
 
39.    ร้องเพลงไม่บ่อยเท่าไหร่ ไม่ได้มั่นใจในเสียงของตัวเองขนาดนั้น ถนัดบรรเลงมากกว่า
 
40.    พูดด้วยจังหวะเนิบช้าเสมอ ยกเว้นตอนเล่าเรื่องราวตำนาน(ในกรณีที่มีคนขอให้เล่า) ที่จะทอดเสียง ลงน้ำหนัก มีท่วงทำนองไปตามเรื่องราวนั้นๆ
 
41.    มั่นใจว่ารู้เรื่องเล่า ตำนาน นิทาน เกินครึ่งที่เอเดนมี ประมาณว่าเล่านิทานก่อนนอนได้เป็นเดือนๆโดยไม่ซ้ำกันเลยสักคืนหนึ่ง อะไรทำนองนั้น
 
42.    มีเวทมนตร์สำคัญสองบทที่ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อ คือเวทย์ที่ใช้กับเสียง ให้ผู้ที่ได้ยินหลงในมนตร์สะกด บั่นทอนพลังกายและพลังเวทย์ลงอย่างมาก รวมไปถึงควบคุมผู้ตกอยู่ในมนตร์สะกดได้ดั่งใจ อีกบทหนึ่งคือเวทย์ที่จะทำให้คำพูดของเอลลีร์มีสภาวะเป็น “วาจาสิทธิ์” ในช่วงของการร่ายมนตร์ คือทุกสิ่งที่พูดจะเกิดขึ้นดังใจ
 
43.    แต่ทั้งสองบทกินพลังเวทย์และพลังกายมากสุดๆ เลยได้ใช้ไม่บ่อยนัก
 
44.    เวทย์บทแรกถ้าใช้แบบไม่เต็มกำลังก็ได้เช่นกัน ส่วนมากใช้ในการเรียกให้คนเข้ามาชมการแสดงหรือเรื่องเล่า นอกจากนั้นก็มีเวทย์ทั่วไปที่ใช้ร่ายลงกับเสียงดนตรี หรือใช้ในชีวิตประจำวันเล็กๆน้อยๆ
 
45.    เป็นสายบุ๋น สายสนับสนุน และ สายเวทมนตร์ มีแรงกำลังเท่าคนทั่วไป ไม่ได้อ่อนแอกว่า แต่ไม่ถนัดการต่อสู้ประชิดตัวหรือทางดาบเท่าไหร่ ใช้ได้แค่ป้องกันในระยะจวนตัวจริงๆเท่านั้น จะมาฝึกเอาในโรงเรียน
 
46.    วิฬาร์ราตรี และ ดับจันทรา อาวุธทั้งสองชิ้นสนับสนุนและร้องรับกับสายเลือดที่อยู่ในตัวเอลลีร์ รวมไปถึงซัพพอร์ตการใช้พลังเวทย์ด้วย
 
47.    บรรยากาศรอบตัวมักจะสงบเงียบ เยือกเย็น แต่ไม่ได้เย็นชาหรือแข็งกระด้าง เหมือนบรรยากาศใต้ต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมให้ทุกคนนั่งพักผ่อนคลายและระบายเรื่องที่อัดอั้นตันใจ
 
48.    เป็นผู้ฟังที่ดี จะรับฟังในกรณีที่ฝ่ายนั้นลำบากใจ แต่หากเป็นเรื่องที่อยากจะเล่าเพื่ออวดอ้างหรือพูดอะไรไร้สาระจับใจความไม่ได้ เอลลีร์ก็พร้อมจะลุกขึ้นหันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลเลยเช่นกัน
 
49.    อันที่จริงจุดระเบิดความหงุดหงิดค่อนข้างต่ำ แต่จะไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงจะทำให้ตัวเองโกรธโมโห จนถึงตอนนี้จึงยังไม่เคยโกรธใครเลย
 
50.    แต่ถ้าโกรธหรือหงุดหงิดขึ้นมา จะกลายสภาเป็นเด็กอารมณ์ร้ายชั่วคราว หงุดหงิดงุ่นง่าน ต้องการการระบายความหงุดหงิดออก อย่างเบาะๆก็ขยี้หัวตัวเองไปจนถึงต่อยต้นไม้
 
51.    การ์ดหนา มาก มาก มาก มาก ไม่ค่อยเปิดใจให้ใครเข้ามาข้างในมากนัก แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องของคนอื่นไว้ชัดเจน
 
52.    มักไม่ตอบคำถามที่เกี่ยวกับความคิดหรือเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ ไม่ค่อยเปิดการสนทนาเช่นกัน มีเหตุผลว่าพูดไม่เก่ง แต่ไม่รู้จริงเท็จอย่างไร
 
53.    ถึงจะพูดช้า แต่ถ้าเป็นเรื่องการเขียน เขียนได้เรื่อยๆแทบไม่สะดุดเลย ภาษาที่ใช้เขียนอะไรต่างๆ อย่างพวกเรียงความ รายงาน ก็จะเป็นภาษาทางการที่ใช้ได้ถูกต้องจนแทบไม่มีที่ติเลยล่ะ
 
54.    ระบบความคิดซับซ้อน คิดเรื่องต่างๆอยู่แทบจะตลอดเวลา พอวางเรื่องโน้นก็หยิบเรื่องนี้มาคิด พอวางเรื่องนี้ก็หยิบเรื่องนั้นมาคิดต่อ
 
55.    ชอบเรื่องสนุก ตื่นเต้น จริงๆเรื่องต่อสู้ก็ชอบนะ แต่ไม่ค่อยเก่งดาบเท่าไหร่ ขอเป็นเวทย์แทนได้ไหม? (ฮา)
 
56.    ถ้